วันเสาร์, 26 ตุลาคม 2562 08:40

ม.ราชภัฏภูเก็ต ร่วมมือชาวบ้านคลองท่อม พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากดิน

Written by
Rate this item
(1 Vote)
 
ระหว่างวันที่ 16 -17 ตุลาคม 2562 ทีมงานบริการวิชาการของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ประกอบด้วย ดร.ธีรกานต์ โพธิ์แก้ว อาจารย์สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถกรรมการย้อมผ้าประเภทแร่ ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว อาจารย์สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ชุมชน และ ดร.จารุณี คงกุล อาจารย์วิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวชุมชน รวมทีมจิตอาสาพัฒนาชุมชนลงพื้นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน “กลุ่มลายคราม” ณ ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ 
 
 
 
สำหรับจุดมุ่งหมายในการลงพื้นที่ คือต้องการพัฒนาอาชีพชุมชนและสร้างสรรค์เอกลักษณ์ใหม่ในการผลิตงานหัตถกรรมผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติประเภทแร่ จากเดิมที่กลุ่มลายคราม มีปัญหาเรื่องการขาดรายได้ในการหมุนเวียนภายในกลุ่ม และผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมเคมีเริ่มมียอดจำหน่ายลดลงมากกว่าแต่ก่อน จึงมีความต้องการเรียนรู้เรื่องการผลิตผ้ามัดสีธรรมชาติที่เป็นเทรนด์ใหม่กำลังได้รับความนิยม ประกอบกับเทรนด์การท่องเที่ยวชุมชนที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Tour) จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่านอกจาก อ.คลองท่อม จะมีชื่อเสียงในเรื่องลูกปัดโบราณ ที่มีลวดลายสวยงาม คลองท่อมยังมีชื่อเสียงในเรื่องกาแฟกระบี่ที่เป็นของฝากยอดนิยม และในพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง อ.ลำทับ มีทรัพยากรดินสีแดงจำนวนมาก สมาชิกในกลุ่มมีทรัพยากรดินที่ครอบครองอยู่ ด้วยปัจจัยต่างๆ จึงเป็นที่มาให้ทางกลุ่มเรียนรู้การมัดย้อมจากดิน สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในชุด “หอมไอดิน กลิ่นกาแฟ” 
 
 
กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการทำงานเชิงรุกของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ในการให้บริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งมีการลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชน สำรวจปัญหา และนำองค์ความรู้จากงานศึกษาวิจัยร่วมกันพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มสามารถจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นที่ต้องการของตลาด และมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยนำจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์  มีการสร้างเรื่องราวให้เป็นที่น่าสนใจ และมีแผนการดำเนินงานที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งในด้านต่างๆ เช่่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์บาติกปั๊มพิมพ์ลาย และกระบวนการย้อมสีให้มีความเข้ม สีสด เฉดสีหลากหลาย รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เพื่อให้ท้องถิ่นดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
 
 
 
 
 
 
Read 687 times Last modified on วันเสาร์, 26 ตุลาคม 2562 08:40